ในที่สุดก็เพิ่งได้ดูเมื่อวาน ภาคนี้ในหนังสือเป็นเล่มที่สนุกมากๆ มีตัวละครเพิ่มขึ้น เริ่มมีบทโรแมนซ์ และที่สำคัญคือมีซีนทำร้ายจิตใจคนอ่านด้วยอะ! และเพราะเนื้อเรื่องจบไปแบบค้างคาเลยทำให้ผู้อ่านบางคนเกิดอาการลงแดง อยากอ่านเล่ม 5 เร็วๆ จนถึงกับซื้อเวอร์ชั่น UK มาก่อน ไม่ใช่ใครที่ไหน ช้านนั่นเอง 55

เสน่ห์ในเล่ม 4 นี้ ช่วยสร้างสีสันให้กับการสร้างเป็นภาพยนตร์ไม่น้อย แต่ขนาดหนังสือที่หนาจนฟาดหัวคนสลบได้ ทำให้ตัวหนังต้องจำใจปรับบทและลดทอนลง บางอย่างคนที่ไม่ได้อ่านอาจไม่รู้สึก แต่สำหรับคนที่อ่านแล้วกลับคิดว่า อ๊ะ! นั่นไม่ใช่นี่ที่จริงมันไม่ใช่แบบนั้น ทำไมต้องตัดฉากพวกนั้นออกไปนะ หรือ โช แชงหน้าตาเห่ยสิ้นดี ชิชิ!

ภาคนี้มันส์ขึ้น ส่วนหนึ่งต้องยกให้พวกเค้าการพัฒนาฝีมือการแสดงของแดเนียล ที่แสดงเป็นแฮรี่ที่น่าสงสารและเท่กว่าทุกๆภาคที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นฉากแฮรี่พาเซดริกกลับมา แฮรี่ปิ๊งโช แชง ฯลฯ (แดนหุ่นดีนะ แต่ถ้าสูงกว่านี้จะดีมากๆเลย ภาคนี้หยวนๆได้หรอกเพราะในหนังสือตัวเตี้ย แต่ภาค 5 กับ 6 ไม่ได้แล้วนะ เพราะแฮรี่เริ่มสูงแล้ว หวังว่าแดนคงสูงเกิน175 อืม -_-'' )

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อแตกต่างหรือสิ่งที่ถูกตัดออกไปเท่าที่นึกออกเป็นคน/เหตุการณ์

เฮอร์ไมโอนี่ x ครัม -- ในหนังสือ เฮอร์ไมโอนี่แสดงออกว่าชอบครัมที่นิสัยและไม่ได้ชอบที่เขาเป็นคนเด่นดัง เห็นได้ว่าเธอออกจะรำคาญเมื่อแฟนคลับของครัมเข้ามากรี๊ดกร๊าดในห้องสมุด มันรบกวนสมาธิในการอ่านหนังสือของเฮอร์ไมโอนี่ เฮอร์ไมโอนี่ไม่คิดว่าครัมเท่หรือหล่อ (ก็จริงอะ ครัมไม่หล่อ หุ่นก็ไม่บึ๊ก แต่ตัวสูงใหญ่ออกขรึมๆ) เธอไม่ได้ทำตัวหลงใหลปลื้มใจครัมเหมือนในหนัง แต่ชอบที่จะพูดคุยและชื่นชมเขามากกว่า

ส่วนครัมในหนังที่หุ่นบึ้กมากๆ ท่าทางเจ้าชู้เกินเหตุ แววตามองเฮอร์มี่แพรวพราวเหลือเกิน ในตัวของครัมนั้นมีความพยายามมาก เพราะต้องนั่งแอบมองเฮอร์ไมโอนี่ที่ห้องสมุดตั้งนาน และก็กระตือรือร้นที่จะพูดคุยกับเฮอร์ไมโอนี่เสมอโดยไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องการแข่งขันเลย ดูเป็นผู้ใหญ่แล้วก็จริงใจดี (ปิ๊งๆๆ) ฉากจบสุดท้ายที่ครัมมาพูดกับเฮอร์ไมโอนี่ ในหนังสือไม่ยอมบอกว่าเขาพูดอะไรกับเธอ แต่หลังจากนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็เรียกครัมว่าวิกเตอร์มาตลอด (ตอนงานเลี้ยงเต้นรำเธอเรียกครัมว่าวิกเตอร์ และโกรธรอนมากที่เรียกเขาว่าวิกกี้ แต่หลังจากนั้นไม่นานช่วงหนึ่งเธอก็กลับไปเรียกว่าครัมเหมือนเดิม)

ป.ล.ดูคู่นี้ในหนังแล้วอดคิดไม่ได้ว่าน่าจะsnoggingกันแล้วแน่ๆเลย บทหนังส่งให้หนูเฮอร์พูดส่อมาก ปริศนาในหนังสือเล่ม6ไขกระจ่างในหนังเรียบร้อยแล้ว โฮะๆๆ

Comment : คู่นี้แอบชอบนิดหน่อย ที่จริงทำท่าจะเชียร์เลยแหละหลังจากอ่านเล่ม 4 จบ แต่ภาค 5 รอนแอบน่าสงสาร แถมภาค 6 ถึงจะงี่เง่าแต่ก็ยัง....อะนะ

ริต้า สกี๊ตเตอร์ x เฮอร์ไมโอนี่ -- ริต้านักข่าวประจำเดลี่พรอเฟ็ต ถ้าเป็นเมืองไทยก็ประมาณซ้อ 7 แต่เธอคนนี้แสบยิ่งกว่าเพราะสิ่งที่เธอเขียนไม่มีความจริงเลย 99.99% เธอที่เป็นตัวแสบประจำ GOF แต่ในหนังกลับมีบทเด่นอยู่ 2ฉากเองมั้ง การเขียนข่าวโจมตีเฮอร์ไมโอนี่ใช่ว่าคนอย่างเฮอร์ไมโอนี่จะไม่ตอบโต้ การเป็นศัตรูระหว่างป้าจอมปลิ้นปล้อนกับเด็กสาวแสนฉลาดที่ดูเหมือนไร้สาระ แต่มันกลับสำคัญมากในการดำเนินเรื่องต่อๆไป และยัยริต้าก็คิดผิดมหันต์ที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่โกรธ

บาร์ตี้ เคร้าช์ --ถือเป็นการตัดที่น่าเสียดายมากที่สุด แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าทำให้เนื้อเรื่องคงเดิมหนังต้องเพิ่มเวลาไปอีกนานเท่าไร่ การตัดที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงบทของเคร้าช์ผู้พ่อที่ในหนังให้โผล่ออกมาบ่อยเหลือเกิน เคร้าช์นั้นจะลาป่วยอยู่บ้านหลังจากภารกิจแรก เขาไม่ได้เข้าไปทำงานที่กระทรวงแต่มอบหมายงานให้เพอร์ซี่ช่วยรับแทน (พี่ชายรอนไง ตัดไปเหมือนกัน) แต่ปรากฏว่าชื่อของเคร้าช์ที่น่าจะอยู่บ้านกลับโผล่ที่แผนที่ตัวกวนของแฮรี่ในโรงเรียนฮอกวอกต์แทน แถมยังอยู่ในช่วงกลางดึกอีกด้วย(แน่นอนว่าแฮรี่เข้าใจผิด ชื่อของเคร้าช์ที่แฮรี่เห็นนั่นคือเคร้าช์ จูเนียร์ผู้เป็นลูกชายตังหาก)

ต่อมาแฮรี่กับครัมจะพบเคร้าช์ผู้พ่อในสภาพโทรมและเหม่อลอย เคร้าช์ถูกโวลเดอมอร์สะกดใจหลังงานเวิลด์คัพแต่เขาสามารถต่อต้านได้บางช่วง เขาหนีมาพบดัมเบิลดอร์ แต่แฮรี่ตามดัมเบิ้ลดอร์ไม่ทันเพราะเคร้าช์ผู้พ่อได้หายไปแล้ว (เคร้าช์ถูกลูกชายตัวเองในคราบปลอมแปลงเป็นมู้ดดี้สังหารตาย) อีกเรื่องหนึ่งที่ในหนังไม่ได้กล่าวถึง นั่นคือจุดจบของเคร้าช์จูเนียร์ ในหนังดัมเบิ้ลดอร์เดินออกจากห้องพร้อมบอกให้ส่งเขาไปคุกอัซคาบัน ในหนังสือมีต่อจากนั้น คือ ฟัดจ์ รัฐมนตรีเวทมนตร์ได้นำผู้คุมวิณญาณเข้าไปและทำพิธีจุมพิตเรียบร้อย (การจุมพิต คือ การถูกดูดวิณญาณ ไม่สามารถเวียนว่ายตายเกิดได้อีก)

เฟลอร์ เดอลากูร์ -- ทำไม ทำไม ทำไมในหนังถึงทำให้มิสเฟลอร์คนนี้ดูน่ารัก มีเสน่ห์ อ่อนน้อมแบบนี้ ดูแล้วไม่แปลกใจเลยหากคนดูหนังจะชอบเธอ (เราก็ชอบ) เฟลอร์สาวฝรั่งเศสผู้มีเชื้อสายวีล่า (วีล่าคือนางฟ้าที่งดงาม มีเสน่ห์มากมาย แต่เวลาโกรธหน้าจะเปลี่ยนเป็นปีศาจ) ในหนังสือบรรยายไว้ได้เลิศหรูอลังการ ในหนังก็ดูเหมาะสมเลยทีเดียว จะแตกต่างก็ตรงที่เฟลอร์ที่แสนเลิศ เชิด หยิ่งกลายเป็น...อย่างที่ว่า จะว่าเธอเป็นคนไม่ดีก็ไม่ใช่ เพราะสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเธอก็คือ เธอรู้จักสำนึกคุณความดีของมนุษย์ จากที่ไม่ชอบแฮรี่กลายเป็นชื่นชมในตัวเขาเมื่อเขาช่วยเหลือน้องสาวเธอ และกลายเป็นผู้หญิงที่จริงใจและทุ่มเทต่อคนที่เธอรักมากที่สุด (...ในภาคต่อๆไป)

โช แชงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุด แต่ก็ไม่ถึงกับยอมรับไม่ได้ เพราะการแสดงของเคธี่นั้นผ่าน แต่หน้าของเธอดันไม่ให้ (ต้องทำใจ เพราะฝรั่งอาจชอบสไตล์แบบนี้ก็ได้) โช แชงเป็นสาวเอเชียตะวันออก บ้านเรเวนคลอ (บ้านนี้เด่นเรื่องสติปัญญา) จำไม่ได้ว่าเจเคบรรยายสีผิวเธอรึเปล่า แต่การเขียนบุคลิกท่าทางของเธอในสายตาแฮรี่มันทำให้คนอ่านส่วนใหญ่จินตาการหน้าตาที่ดูดีมากกว่านี้ อย่างน้อยต้องจัดว่าเป็นคนที่หน้าตาดี ปราดเปรียวเพราะเป็นนักกีฬาควิดดิช ตำแหน่งซีกเกอร์ (เหมือนแฮรี่) แชงเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง อย่างน้อยเธอไม่ได้ติดเข็มกลัดพอตเตอร์ห่วย และไม่เคยกล่าวร้ายหรือโทษแฮรี่เกี่ยวกับเซดริกเลย

comment : ประมาณ BOA เหมาะสมมากๆ ถ้าภาษาและการแอคติ้งผ่านน่ะนะ มีข่าวว่าเธอได้ถูกพิจารณาด้วยเหมือนกัน

ดัม