ณ วัน x เดือน 10 ปี 2009  อิฉันก็ได้รับข้อความจากเพื่อนว่า ‘มีหนังสือเรื่องย่อเล่มหนึ่งมันเอางาน painter of The Wind ในบล็อกแกไปลง'

 

อิฉันอ่านอย่างมึนงง เพราะยังไม่เห็นของจริง  รอแล้วรอเล่า สายข่าวก็ไม่เห็นสแกนมาให้  เลยไปอ่าน ฟรี' ในร้านซีเอ็ด  มองหาแป๊ปเดียวก็เจอ เพราะเพื่อนบอกว่ามันมีแบรนด์ๆนึงแปะไว้มุมขวาบนเล่ม  และยังรู้มาอีกว่า มันเอาลงในบทเกริ่นนำ (ไม่มีระบุสำนักพิมพ์ ไม่มีลงกองบ.ก. และไม่ได้ระบุผู้เขียน --> สรุปแม็ง แหม่ง แมร่ง....ลอกของเค้ามาหมดเลยมั้ง  ฉลาดนักนะเมิง -.-‘')

 

เห็นแล้วก็คว้ามาโดยพลัน  พลิกไปครั้งเดียวก็เจอ (มือเทพไม่ฮะ)  แล้วก็ต้องโอ๊ะ โฮ เฮ้ยยย!! อินี่เอาของอิฉันมาลงโดยไม่ขออนุญาติก่อนได้ยังไงฟระ??  ไม่รู้เหรอว่ากรณีนี้มันติดลิขสิทธิ์นะยะ! (ติดนิสัยก็อปแปะสมัยม.ต้นเหรอ) 

 

เห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกก้ำกึ่ง.. 

 

1. แบบไม่คิดอะไรเลยยย  ก็...ว้าว...งานเราได้ลงหนังสือด้วยอ่ะ!! >.<  (แม้จะหนังสือกระจอก แต่ลงสีทั้งเล่มเชียว มีคนซื้อด้วยแหละ 55+)

 

2. แบบมานั่งคิดเหมือนคนในประเทศที่มันเจริญแล้ว  ก็เออ...เบื่อ เซ็ง รู้สึกไม่แฟร์ และรู้สึกเหมือนโดนขโมย  คนเราจิตใจกว้างแคบมันไม่เกี่ยว มันเกี่ยวที่จิตสำนึก และสิทธิส่วนบุคคล  ถ้าเจอบ่อยๆ มันก็สามารถมีเรื่องให้ถึงที่สุดกันได้  อย่าคิดสิ! ว่าแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก  ความคิดน่าถีบ!แบบนี้  อิฉันรังเกียจมากกกก

 

ก่อนหน้านั้น บทความอื่นๆก็โดน copy ทั้งหน้าไปหลายครั้งในรูปแบบอินเตอร์เน็ต (ไม่นับที่ลงเครดิตให้)  แต่ถึงลงเครคิต บอกตรงๆ เรื่องที่เกี่ยวกับแสวงหากำไร หรือพูดง่ายๆ ทำเพื่อเงิน!! ขายหนังในเน็ต!! บล็อกนี้ก็ไม่อนุญาตให้นำบทความทุกชิ้นไปลงเช่นกัน 

 

 

โปรดจำไว้ บล็อกนี้เป็นบล็อกให้ความบันเทิง แสดงความเห็น  ไม่ใช่บล็อกเผยแพร่ข้อมูลบริจาคแก่พวกปรสิต! ปลิง! หรือพวกแมลงสาบทั้งหลายไปแสวงหาเศษอาหารต่อยอดแบบมักง่ายนะ....!!

 

 

ป.ล. เหนื่อยและเสียเวลานะเนี่ย ด่าคนแบบไม่มีภาษาสถุลเนี่ย!!

Code Here.